28 มีนาคม 2562 ‘บิ๊กฉัตร’ขันนอตเจ้าหน้าที่ เข้มแผนรับมือ‘ภัยแล้ง’ 3 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติ

ที่มา: https://www.naewna.com/local/404498

บิ๊กฉัตร” เรียกถกหน่วยงานน้ำ สู้ภัยแล้ง เผยไทยยังเผชิญเอลนีโญยาวถึงกลางปี สั่งทุกหน่วยวางแผนรับมือ บรรเทาพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำรวมถึงเขื่อนน้ำน้อยทั่วประเทศ เพื่อให้รอดถึงหน้าฝน ขณะที่มี 3 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ส่วนมหาสารคาม โคราช ชาวบ้านนับพันเดือดร้อนหนัก ขาดน้ำกินน้ำใช้ เพราะแหล่งน้ำต้นทุนผลิตน้ำประปาแห้งขอด วอนรัฐช่วยด่วน รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2562 ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าประเทศไทยยังคงมีสภาพเป็นเอลนีโญ่อ่อนๆ และจะกลับสู่สภาพเป็นกลางกลางปีนี้ ขณะที่ปริมาณฝนสะสมจากต้นปีถึงปัจจุบัน คาดปริมาณฝนรวมเดือนเมษายนจะมากกว่าเดือนมีนาคม แต่ยังมีพื้นที่มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่เดือนพฤษภาคมคาดว่าประเทศไทยปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ เฝ้าระวังเขื่อนน้ำน้อย 121 แห่ง นอกจากนี้ที่ประชุมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำและการจัดสรรน้ำกำหนดแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำเฝ้าระวังที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าร้อยละ 30 ได้แก่ เขื่อนขนาดใหญ่ ภาคเหนือ 1 แห่ง คือ เขื่อนแม่มอก 23 ล้านลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 24 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ 52 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 3 เขื่อนสิรินธร 81ล้าน ลบ.ม.ร้อยละ 7 เขื่อนลำนางรอง 34 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 29 ห้วยหลวง 33 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 25 และลำปาว 539 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 29 ภาคกลาง 3 แห่ง เขื่อนทับเสลา 22 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 15 เขื่อนกระเสียว 15 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 6 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 276 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 29

อุบลรัตน์ดึงน้ำก้นเขื่อนมาใช้

เขื่อนขนาดกลาง 112 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 10 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 87 แห่ง ภาคกลาง 13 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่ง คาดว่าปริมาณน้ำใช้การได้ของเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 5 แห่ง ยังเพียงพอจนถึงสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม ยกเว้นเขื่อนอุบลรัตน์ที่จะดึงน้ำ Dead Storage มาใช้ตามแผนที่กำหนดไว้เดิมประมาณ 88 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำเท่ากับปี 2559 เพื่อช่วยเรื่องน้ำอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ซึ่งไม่กระทบน้ำต้นทุนในต้นฤดูฝน ขณะที่การวางแผนบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน สทนช.วางแผนไว้แล้ว

3 จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภัยแล้ง ล่าสุด มี 3 จังหวัด 8 อำเภอ 30 ตำบลได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และจ.ตราด ซึ่งขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร โดยขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งหาแหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เสี่ยงในรัศมี 50 กม. รวมถึงจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำเพิ่มเติม กรณีปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำไม่เพียงพอ

สารคามแล้งจัดขาดน้ำกินใช้

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งฝุ่นพิษหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องเพราะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ จนชาวบ้านทนไม่ไหวออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเข้าช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือชาวบ้านประมาณ 600 คนใน 2 หมู่บ้าน ตำบลเสือโก้ก อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากแหล่งน้ำในหมู่บ้านไม่มีน้ำดิบใช้ผลิตประปา ขณะนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 6 ขอนแก่นนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำจากหนองศาลาเข้าไปยังแหล่งน้ำในพื้นที่ เพื่อนำน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านสูบน้ำได้ 3,000 ลิตรต่อนาที ใช้เวลาสูบ 10 วัน คาดว่าจะช่วยบรรเทาน้ำใช้ตลอดฤดูแล้งนี้

นายอำเภอวาปีปทุมกล่าวว่า ภัยแล้งในพื้นที่ปีนี้น่าเป็นห่วง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในอ.วาปีปทุมมีอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยจอกขวาง มีปริมาณน้ำร้อยละ 43.52 ของความจุอ่าง อ่างเก็บน้ำหนองไฮ ร้อยละ 26.70 และอ่างเก็บน้ำ ฮองซองแมว ร้อยละ 19.90 ซึ่งเป็นปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2561 ในช่วงเดียวกัน

โคราช2พันคนอ่วมจี้รัฐช่วย

ที่จังหวัดนครราชสีมาภัยแล้งขยายวงกว้าง พบปริมาณน้ำในสระน้ำกลางหมู่บ้าน บ้านหนองวง หมู่ 4 ตำบลกระทุ่มราย อำเภอประทาย ปริมาณน้ำภายในสระน้ำบนพื้นที่ 25 ไร่ ซึ่งเก็บกักน้ำได้ถึง 160,000 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันกลับพบว่าปริมาณน้ำแห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาผลิตเป็นน้ำประปาแจกชาวบ้านได้ สร้างความเดือดร้อน 3 หมู่บ้านคือ บ้านหนองแวง หมู่ 4 บ้านดอนกลาง หมู่ 12 และบ้านหนองแวงใหม่ หมู่ 16 รวมชาวบ้าน 2,000 คน 300 หลังคาเรือนไม่มีน้ำใช้ ต้องขุดบ่อบาดาล 3 บ่อ สูบน้ำไปเก็บไว้ในแท็งก์ผลิตน้ำประปาเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ชั่วคราว แต่ตอนนี้น้ำเริ่มสูบไม่ขึ้นแล้ว ซึ่งนายสกุล สืบสำราญ กำนันตำบลกระทุ่มรายบอกว่า ปีนี้ภัยแล้งมาเร็วมาก ทำให้แหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่แห้งขอด อยากให้หน่วยงานรัฐมาช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการด่วน

พะเยาสำลักไฟป่าจากลาว

ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นหมอกควันยังสร้างความเดือดร้อนต่อเนื่อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัดพะเยาติดตามประเมินสถานการณ์คุณภาพอากาศในจ.พะเยา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-27 มีนาคม พบมีค่าเกินมาตรฐาน 7 วัน ค่าสูงสุด PM10 เท่ากับ 222 มคก./ลบ.ม.เมื่อวันที่ 16 มีนาคม

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยาเผยว่า ในอำเภอภูซางและพื้นที่ใกล้เคียงไม่มีหมอกควันจากในพื้นที่ แต่ที่อากาศมัวฟ้าหลัวเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นหมอกควันจากไฟป่าของประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.)ลาว ที่มีการเผากันมาก ฝุ่นควันลอยข้ามสันดอยเข้ามาในพื้นที่ และลอยอยู่ในอากาศที่สูงขึ้นไป อยากให้ฝนตกเร็วๆ ถ้าฝนธรรมชาติไม่มา ก็อยากได้ฝนเทียมมาช่วยชะล้างฝุ่นควันในอากาศฝุ่นควันเบาบางลง